Profil de Veerapas★═━┈(¤∮☜ PLA ☞∮¤)┈━═★PhotosBlogListesPlus Outils Aide

Veerapas Boonthong

Occupation
Lieu

Météo

Chargement...

★═━┈(¤∮☜ PLA ☞∮¤)┈━═★

Think positive in life always and look for opportunities when u can help others. εїз
Photo 1 sur 121
Autres albums (41)

^_^ มาแล้วก็ลงนามไว้หน่อยนะ ^_^

Veuillez patienter...
Le commentaire entré est trop long. Raccourcissez-le.
Vous n'avez rien entré. Réessayez.
Il est actuellement impossible d'ajouter votre commentaire. Réessayez plus tard.
Pour ajouter un commentaire, tu dois avoir l'autorisation de tes parents. Demander l'autorisation
Tes parents ont désactivé les commentaires.
Il est actuellement impossible de supprimer votre commentaire. Réessayez plus tard.
Vous avez dépassé le nombre maximal de commentaires qu'il est possible d'envoyer le même jour. Réessayez dans 24 heures.
Votre compte a pu laisser les commentaires désactivés parce que nos systèmes indiquent que vous risquez d'arroser d'autres utilisateurs de messages. Si vous pensez que votre compte a été désactivé par erreur, contactez l'assistance en ligne de Windows Live.
Effectuez la vérification de sécurité ci-dessous pour finaliser l'envoi de votre commentaire.
Les caractères entrés pour la vérification de sécurité doivent correspondre à ceux de l'image ou du fichier audio.
Nirut T.a écrit :
รักปลา เหมือนรักควาย รักไปจนตาย ตราบเท่าที่ควายยังเหมือนปลา
 
...ซึ้งมั๊ย กุคิดนานนะเนี่ย
6 Juil.
eakk 7Xa écrit :
โย่ช์
ผมเอกนะครับ
น้องภาคมาเยี่ยม
Fire Emblem ให้หนุกๆนะพี่ปลา 555
 
**ไปเยี่ยมspaceผมมั่งนา
29 Mai
สวัสดีปลา
ไม่ได้เจอกันนานเลย

21 Jan.
สวัสดีปลา
ไม่ได้เจอกันนานเลย

21 Jan.
สวัสดีปลา
ไม่ได้เจอกันนานเลย

21 Jan.
13 septembre

น่ารักดีอ่ะ ^_^

 
ไม่มีอะไรมากหรอก สำหรับการอัพคราวนี้
จริง ๆ คือ พอดีไปเจอภาพน่ารัก ๆ มา ก็เลยไปก๊อบเขามาแปะไว้ ชอบ ๆๆๆ
แต่ไหน ๆ มาแล้วก็อัพซะหน่อย ก็ไม่มีไรมาก อยากบอกแค่ว่า ช่วงนี้ เหนื่อยมาก และล้าด้วย เหอ ๆ
 




















12 août

♡^ First Exam of Year II ^♡

 

                                                                                                                        


 First Exam of Year II 

และแล้วก็ผ่านพ้นไปเสียที กับเทศกาลสอบอันแสนทรมาน
ผ่านไปก็ใช่ว่าจะผ่านไปได้ด้วยดี เอาเป็นว่า ลองมาไล่ดูกัน

Maths Proof : ค่อนข้างไปได้สวย มีติดขัดบ้างนิดหน่อย
แต่ไม่น่าจาใช่ปัญหาใหญ่อะไร สรุปว่า น่าจะรอด
Calculus : ชะตากรรมเดียวกับ Proof แต่รู้สึกว่าจะแย่กว่าแหละ
Stat : โอ้แม่เจ้า ตายสถานเดียว หมดลุ้น หมดสภาพ ปางตาย
ไม่ไหวแล้ว ย่ำแย่สุด ๆ แย่ที่สุดในชีวิตมหาลัยเลยทีเดียว
ภาษาซี : ชิว ๆ ค่อนข้างสบาย แต่ไม่มั่นใจตรง flow chart
English : เอาเหอะ ไม่ถูกกัน ทำไม่ได้จนชินละ ช่างมัน ไม่สนจาย
สังคม : โฮะ ๆๆๆ ไม่สอบแหละ เย่ ๆๆ

และนั่นก็คือทั้งหมดของสถานการณ์การสอบครั้งนี้แหละ
เสร็จจากการสอบก็ได้หยุดปลอบใจในช่วงกีฬามหาลัยโลก
กะว่าจะได้พักผ่อนเต็มที่ แต่จนถึงตอนนี้ก็นะ เอิก ๆ
วุ่น ๆ กะงานและ การอื่น ๆ (ก็เที่ยวอ่าแหละ)
ก็มีทั้งฉลองสอบเสร็จกะที่ภาค กินเตี๋ยวเรือเสาวรีย์
ไปศูนย์ รด. กะปัญญาและต่าย (เดะ MWIT ยังไม่ได้นะ T_T)
แก๊งที่ YB และ 05308 ก็ช๊อป กิน ดู ถ่าย ร้อง ประมาณนี้ล่ะ
และที่ต้องอัพเดทข่าวสารหน่อยก็ ได้แก่
1. น้องแพร์ ไป AFS แระล่ะ ไปส่งมาวันก่อน
2. คุณแม่อ.อ้อมเสียแล้วครับ ร่วมไว้อาลัยด้วยครับ
3. MAS Camp ใกล้ได้ฤกษ์เริ่มรับสมัครแล้วล่ะ เย้ ๆๆ
4. สเปส ป.ปลา มีสมุดเยี่ยมแล้วน้า แวะเขียนกันด้วยล่ะ อิอิ

 

 

10 juillet

๐(๐)๐ คืนสู่ถิ่น เพนกวินวิลล่า ๐(๐)๐

Home Coming Day
พักหลังมานี้จะสังเกตเห็นได้ว่าไม่ค่อยได้อัพเท่าไร และถึงได้อัพก็ไมได้แต่งอะไรเลย
ทั้งนี้เนื่องมาจากงานมากมายก่ายกองที่ถาโถมเข้ามาใส่
จิง ๆ ตอนนี้ก็ใช่ว่าจาว่างซักเท่าไร แต่เรื่องนี้เห็นทีจะไม่อัพไม่ได้
จะเป็นเรื่องอะไรไปเสียได้ หากไม่ใช่ Home Coming Day ตามหัวเรื่อง
ปีนี้สายรหัสเราอยู่กัน 5 คน มีเรา ปาล์ม ตี๋ เบล ปุย แต่เสียดายขาดพี่ดีฟ ก่าพี่ตอง
ปีนี้กระแสงานมาแรงมาก จากการประชาสัมพันธ์อย่างกระหึ่มสุดขีด ว่างานจะเป็นโฉมใหม่
งานเริ่มเย็นวันศุกร์ที่ 6 กรกฎา เวลาราว ๆ 16.30 ณ ห้องเรียนรวม 3 ซึ่งถูกประดับประดา
ไปด้วยดอกไม้(ซึ่งเหลือจากงานหล่อเทียนพรรษา)อย่างสวยสดงดงาม
กิจกรรมช่วงนี้ยังคงเป็นการบรรยายแนะแนว ดังเช่นทุกปีที่ผ่านมา
ในบรรยากาศที่คุ้นเคย (ห้องบรรยายสามารถปิดครึ่งห้องได้ เหอ ๆ)
แต่ก็ถือเป็นความสำเร็จนะ เพราะวันนั้นก็มีกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมายก่ายกอง
น้องหลายคนก็เสียดายที่ไม่ได้ขึ้นไปเนื่องจากติดภารกิจกีฬาสี
ทันทีที่บรรยายจบ เรา เอี่ยม แชมป์ รักษ์ ตรงดิ่งไปยังร้าน BKK ในทันทีด้วยความหิวโหย
แต่ก็มิอาจซัดอะไรเข้าไปได้มาก เนื่องจากอาหารมีราคาพอสมควรเลยทีเดียว
กินเสร็จ ตั้งหน้าตั้งตาฝ่าสายฝนไปยังสี่แยกเพื่อกักตุนเสบียงยามค่ำคืน

 
เช้าวันที่ 7 เดือน 7 ปี 07 เวลา 7 นาฬิกา 7 นาที 7 วินาที
เป้าหมาย => ตักบาตรสายรหัสร่วมกันหน้าโรงเรียน
ผลการดำเนินงาน => ไหว้หลวงพ่อวัดไร่ขิง แล้วนำอาหารถวายพี่ยาม เพื่อนำส่งพระต่อไป
T_T ไอปาล์ม หนอ ไอปาล์ม นัดกันไว้ดิบดี มาสายซะงั้นน่ะ เลยอดตักเลย
แต่ไม่เป็นไร ปฏิบัติการต่อไป => ถ่ายภาพสายรหัส ก็ได้เริ่มต้นขึ้น
เวลาล่วงเลยมาจนถึง 8 โมงกว่า ๆ เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ
บรรดาสาวกเพนกวิน เริ่มคืนสู่ถิ่นเพนกวินวินล่า อย่างอุ่นหนาฝาคั่ง
ช่วงเช้าเป็นกิจกรรมที่น้อง ๆ แต่ละห้องเตรียมไว้ให้พี่ ๆ ที่กลับมา
ห้องเราตั้งแต่รุ่น 11-14 มีกลับมารวมกันราวสามสิบกว่าชีวิตเห็นจะได้
น้อง ๆ ก็ผลัดเปลี่ยนกันแนะนำตัว และสรรหาเกมมาให้พวกพี่ ๆ เล่น
โฮะ ๆๆ ไม่อยากจะบอก ได้มงกุฏกะสายสะพาย "โหย จุ๊" มาด้วยล่ะ เอิก ๆ
ตามด้วยการร้องคาราโอเกะ และจกส้มตำ ณ ห้อง AV3 (กลิ่นโชยเลยทีเดียว)

 
กิจกรรมถัดมา เป็นกิจกรรมที่ตั้งหน้าตั้งตารอคอยสำหรับเรา
เนื่องจากเป็นกิจกรรมประจำของห้อง 5 เรานั่นเอง นั่นก็คือ "บายศรีสู่ขวัญ"
งานเริ่มต้นด้วยความชุลมุนวุ่นวายพอสมควรเลยทีเดียว
เนื่องมาจากความล่าช้าจากกิจกรรมก่อนหน้า และการเปลี่ยนแปลงนู่นนี่นั่น
ก็ต้องขอโทษน้อง ๆ ห้อง 5 ทุกคนไว้ ณ ที่นี้ละกันนะ
อยากจะบอกว่า ไม่อยากเปลี่ยนแปลงอะไรเลย แต่มันเป็นอะไรที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อ่ะ
และก็ต้องขอขอบคุณน้อง ๆ ห้อง 5 ทุกคนไว้ ณ โอกาสเดียวกันนี้ด้วย
ที่ช่วยให้งานราบรื่นไปได้ด้วยดี แก้ปัญหาทุกอย่างได้อย่างเยี่ยมยอด
และแล้วกิจกรรมนี้ก็ออกมาอย่างเป็นที่น่าประทับใจ
ขบวน ถูกต้อง เยี่ยมยอด คอรัส ไพเราะ จับใจ ซึ้งจิง ๆ
ทำเอา อ. หลาย ๆ ท่าน พี่ ๆ หลาย ๆ คน น้ำตาไหลท่วมงานกันเลยทีเดียว


 
ปิดท้ายด้วยกิจกรรม Alumni Talk ซึ่งจะถือว่าเป็นกิจกรรมหลักของงานก็ว่าได้
เป็นกิจกรรมที่เตรียมกันมาอย่างเป็นจริงเป็นจัง และเป็นเวลาพอสมควร
เปิดเวทีกิจกรรมนี้ด้วยวิดีโอสุดระทึกใจ ทำเอาหลายคนตกใจไปตามกัน (สุดยอดจิง ๆ)
ตามด้วยการเสวนา ที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อโรงเรียน และประเทศชาติอย่างสูง
แม้นว่าจะมีบ้างช่วงที่หลุดประเด็นไปบ้าง แต่โดยรวมแล้วได้อะไรมามากทีเดียว
ค่อนข้างคุ้มค่ากับการเตรียมเป็นอย่างยิ่ง ก็ถือเป็นนิมิตหมายอันดีของการรวมพลังกัน
ต่อไป ก็คงถึงขั้นของการลงมือแล้วล่ะ สู้ต่อไป เพื่อโรงเรียน และเพื่อประเทศชาติ

 
ก่อนที่จะจากลากันไปสำหรับบล๊อคในครั้งนี้ ก็ขอปิดท้ายกันด้วยอะไรบางอย่าง
ซึ่งถือว่าเข้ากับวันจัดงาน Home Coming Day พอสมควร
แต่ก่อนที่จะไปพบกับสิ่งนั้น ขอบอกว่า ใครหลงอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว
ถือว่ามีความตั้งใจอ่านอย่างสุดยอดมาก แต่ถ้าจะให้สุดยอดกว่านั้น Comment ด้วยดิ อิอิ
 ok งั้นก็จบตรงนี้ละกัน ไปพบกับของแถมปิดท้ายบล๊อคนี้กันเลยดีกว่า



สนามกีฬาโคลอสเซียม ประเทศอิตาลี

ตั้งอยู่ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี เป็นสนามกีฬากลางแจ้ง สิ่งก่อสร้างที่แสดงถึงความรุ่งโรจน์ของอาณาจักรโรมันโบราณ สร้างขึ้นในระหว่าง ค.ศ.ที่ 72-80 ตัวสนามสร้างมีรูปเป็นตึกวงกลมก่อด้วยอิฐและหินขนาดใหญ่ วัดโดยรอบยาว 527 เมตร สูง 57 เมตร มี 4 ชั้น ภายในมีอัฒจันทร์สำหรับคนนั่งดู จุคนดูประมาณ 80,000 คน ใต้อัฒจันทร์และใต้ดินมีห้องสำหรับขังนักโทษที่รอการประหารชีวิต และสิงโต หลายร้อยห้อง ใช้เป็นสถานที่ให้นักโทษ ต่อสู้กับสิงโตที่อดอาหาร หากนักโทษผู้ใดเอาชนะ ฆ่าสิงโตได้ด้วยมือเปล่าได้ก็รอดชีวิตไป หรือไว้ใช้เป็นที่ประลองฝีมือในเชิงฟันดาบของบรรดาเหล่าทาสให้ต่อสู้กันเอง ยิ่งถ้าต่อสู้กัน จนถึงสามารถฆ่าคู่ต่อสู้ตายก็จะได้รับเกียรติอย่างสูงเพราะเป็นการต่อสู้ที่ชาวโรมันนิยมและยกย่องกันมาก ปีๆ หนึ่งต้องสูญเสียชีวิตนักโทษและทาสไม่ต่ำกว่าร้อยคน
 
ชิเชน อิตซา ประเทศเม็กซิโก

ชิเชน อิตสา เป็นส่วนหนึ่งของมหาวิหารจำนวนมากซึ่งพวกมายาได้สร้างขึ้น เพื่อเป็นอนุสรณ์ของเทพเจ้าผู้ทรงกระหายพระโลหิต ตัววิหารก่อสร้างซ้อนกันเป็นชั้นๆ บนเนื้อที่ราว 6.4 ตารางกิโลเมตร วิหารที่ใหญ่สุดมีชื่อว่า มหาวิหารแห่งนักรบ สร้างคริสต์ศตวรรษที่ 12 สร้างทีหลัง วิหารเก่าแห่งชัคมูล ตรงกลางสร้างเป็นปราสาทเหลี่ยมทึบสูงขึ้นไปใช้เป็นที่ทำพิธีสังเวยเทพเจ้าโดย ใช้เด็กสาวโยนลงไปถวายเทพเจ้า ณ ที่นั้น ลักษณะโดยทั่วไปของชิเชน อิตสา ทำเป็นรูปเหลี่ยมลดขั้นเป็นชั้นๆ มีบันไดกลาง รอบๆ ทำเป็นบริเวณตลาดทำนองเดียวกับสถานสถิตยุติธรรมของพวกโรมัน ซึ่งอยู่กลางเมือง ที่สาธารณะ เป็นที่รวมของฝูงประชาชน ชนเผ่ามายาแห่งเม็กซิโกสืบสายมาจากคนพวกแรกที่เดินทางจากเอเชีย เข้ามายังอเมริกาทางช่องแคบเบริง ได้มีการพัฒนาทางวัฒนธรรมทั้งในด้านเหี้ยมโหดอันป่าเถื่อน และความมีสติปัญญาอันสูงส่งในขณะเดียวกัน พวกมายาฝึกความเสียสละด้านมนุษยชาติ ควักหัวใจผู้ที่รับการบูชาออกสังเวยพระเจ้า ขณะเดียวกันก็มีการพัฒนาความรู้ด้านดาราศาสตร์ ศิลปะของสถาปัตยกรรม ทางอักษรศาสตร์ ด้านการเขียนบันทึกด้วยตัวอักษรพิเศษ และการค้นพบค่าของเลข 0 ทางคณิตศาสตร์ แต่ก็น่าแปลก ที่พวกนี้มิได้ค้นพบประโยชน์อันเกิดจากล้อเลื่อน ศูนย์กลางของอารยธรรมของคนพวกนี้อยู่ที่ชิเชน อิตสา ในคาบสมุทรยุกาตัน ผู้ค้นพบ ขุมอารยธรรมเหล่านี้แล้วนำออกมาเผยแพร่ให้ชาวโลกได้ทราบคือ นายธอมป์สัน ชาวอเมริกา ผู้ใช้ ชีวิตซอกซอนท่องเที่ยวไปในหมู่พวกมายาด้วยความสนใจจะศึกษาสิ่งลึกลับต่างๆ
 
รูปปั้นพระเยซูคริสต์ ประเทศบราซิล

รูปปั้นของพระเยซูที่โปรดให้พ้นบาป ยืนสูง 30 เมตร (98 ฟุต) และกำลังมองข้ามเมือง Rio de Janeiro หนึ่งในรูปปั้นสูงที่สุดในโลก รูปปั้นพระเยซูเยืนยื่นแขนออกมาต้อนรับ และเป็นหนึ่งของสัญลักษณ์ที่มีชื่อเสียงมากของเมืองนี้ พัฒนาโดยวิศวกร Heitor da Silva Costa และองค์กร สร้างขึ้นในปี 1921 โครงการทำเกือบ 5 ปีจึงเสร็จสิ้น รูปปั้นอยู่บนภูเขา Corcovado (ภูเขา Hunchback) และตั้งในอุทยานแห่งชาติ Tijuca เป็นสถานที่ปิคนิกที่รื่นเริง นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปฐานของรูปปั้น ซึ่งสูง 709 m (2326 ฟุต) สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของภูเขา Sugar Loaf กลางเมือง Rio de Janeiro และชายหาดของ Rio de Janeiro นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นรถไฟไปบนยอดของภูเขาเพื่อมองรูปปั้นอย่างใกล้ชิด และวิวที่สวยงามมากมาย
 
มาชู ปิกชู ประเทศเปรู

มาชู ปิกชู แห่งอาณาจักรอินคา (Inca city, Machu Picchu) ตั้งอยู่ที่เมืองคุสโซ ประเทศเปรู มาชู ปิกชู อยู่บนยอดสูงมีบริเวณรอบๆ รวมแล้วความสูงของหน้าผาประมาณ 304.8 เมตร (1,000 ฟุต) ฮิแรม บิงแฮม นักสำรวจชาวอเมริกันพบใน ค.ศ.1911 บริเวณนั้นเป็นป่าใหญ่คลุมพื้นที่อยู่ นอกจากสิ่งก่อสร้าง ปรักหักพังบางส่วนที่โผล่อยู่ให้เห็นสิ่งก่อสร้างดังกล่าวบ่งบอกให้เห็นความสามารถยอดเยี่ยม เชิงสถาปัตยกรรมของชาวอินคาในอดีต เพราะมีทั้งโบสถ์วิหาร อ่างหินสำหรับเก็บน้ำ บันไดหินเป็นพันๆ ขั้น เพื่อเป็นทางทอดระเบียงลงไปในที่ต่างๆ แห่งนครภูเขานี้
 
กำแพงเมืองจีน ประเทศจีน

กำแพงเมืองจีน (Great Wall of China) เป็นกำแพงกั้นเมือง และกั้นประเทศตามพรมแดนด้านเหนือของจีน เป็นกำแพงที่ยาวใหญ่มหึมา มีขนาดกว้างตั้งแต่ 4.5 เมตร ถึง 7.5 เมตร (10 ฟุต) มีความสูงจากพื้นด้านล่างตั้งแต่ 8 เมตร ถึง 9 เมตร (20-30 ฟุต หนา15-25 ฟุต) ได้รับขนานนามว่า กำแพงหมื่นลี้ เพราะมีความยาวถึง 14,600 ลี้ (ราว 6,700 กิโลเมตร) บนกำแพงทุกๆ ระยะ 200 เมตร (300 ฟุต) จะมีหอหรือป้อมสำหรับตรวจเหตุการณ์ มีป้อมมากกว่า 15,000 แห่ง สร้างสูงขึ้นไปอีก 3 เมตรถึง 6 เมตร และมีระฆังแขวนเพื่อตีบอกสัญญาณเกิดเหตุไว้ประจำทุกหอ รวมทั้งหมดมีไม่ต่ำกว่า 20,000 หอ เริ่มสร้างระหว่างปี 243-252 ปีก่อนคริสตกาล ในสมัยพระเจ้าซี่วังตี่ (จิ๋นซีฮ่องเต้) มีการสร้างต่อเติมอีกหลายครั้ง ใช้แรงงานเกณฑ์จากราษฎรทั้งประเทศนับจำนวนล้าน มีผู้เสียชีวิตเรือนหมื่น อีกทั้งยังเป็นสิ่งก่อสร้างชนิดเดียวในโลกที่สามารถมองเห็นได้จากดวงจันทร์
 
ทัชมาฮาล ประเทศอินเดีย

ทัชมาฮัล เป็นอนุสาวรีย์แห่งความรักที่ยิ่งใหญ่ของโลก เพราะที่นี่เป็นสุสานฝังศพของ มุมทัชมาฮัล ราชินีผู้ป็นที่รักยิ่งของพระเจ้าชาห์เยฮัน อยู่ในเมืองอัคระ บนฝั่งแม่น้ำยมนา ประเทศอินเดีย มุมทัชมาฮาล เป็นมเหสีที่พระเจ้าชาห์เยฮันรักมากที่สุด พระนางสิ้นพระชนม์เพราะคลอดโอรสองค์ที่ 15 ซึ่งทำให้พระเจ้าชาห์เยฮันเศร้าโศกมาก พระองค์จึงสร้างที่ฝังศพที่ใหญ่โตที่สุดในโลกขึ้นที่ริมแม่น้ำยมนา สร้างระหว่าง ค.ศ.1630-1648 สร้างด้วยหินอ่อนสีขาวนวลบริสุทธิ์ ตามแบบสถาปัตยกรรมเปอร์เซีย โดยสถาปนิก อุสตาด ไอสา (Ustad lsa) มีผู้ร่วมสร้างเป็นผู้ออกแบบ ช่างเขียนลวดลาย ช่างอิฐ ช่างปูน ช่างประดับลวดลายด้วยกระเบื้อง ช่างแกะสลัก ช่างตกแต่งภายใน รวม 20,000 คน วัตถุในการก่อสร้าง คือ หินอ่อนสีขาวจากเมืองมะครานา หินอ่อนสีแดงจากเมืองฟาตีบุระ หินอ่อนสีเหลืองจากฝั่งแม่น้ำนรภัทฑ์ เพชรตาแมวจากกรุงแบกแดด ปะการัง และ หอยมุกจากมหาสมุทรอินเดีย หินเจียระไนสีฟ้าจากเกาะลังขะ เพชรจากเมืองบนทลขัณฑ์ สิ้นเงินค่าก่อสร้าง 50,000,000 เหรียญอเมริกัน หรือประมาณ 1,000,000,000 บาท ได้รับคำรับรองจากสถาปนิกทั่วโลกว่าสร้างขึ้นโดยถูกสัดส่วน และวิจิตรงดงามที่สุด กว้างยาวด้านละ 39 เมตร (130 ฟุต) ตรงกลางมีโดมสูง 60 เมตร (200 ฟุต) มีโดมเล็กๆ เป็นหสูงอยู่ทั้ง 4 มุม ภายในประดับด้วย หินอ่อนสลักฉลุเป็นลวดลายวิจิตรตระการตาแทรกเสริมด้วย พลอยสี ทับทิม และนิล ตรงกลางภายใต้หลังคาโดมใหญ่มีแท่นวางหีบศพที่ทำด้วยหินอ่อน และมีฉากหินอ่อนฉลุลายงามเป็นพิเศษกั้นอีกชั้นหนึ่ง แต่ศพจริงๆ ไม่ได้บรรจุอยู่ในหีบ หากฝังอยู่ในอุโมงค์ใต้ดินตรงกับที่วางหีบศพนั้น ภายหลังที่สร้างทัชมาฮัล ซาร์เจฮันใฝ่ฝันที่จะสร้าง ที่ฝังศพตัวเองที่ฝั่งแม่น้ำตรงกันข้ามจะเป็นหินอ่อนสีดำล้วนๆ แต่เมื่อโอรสขึ้นครองราชย์สมบัติจึงจับพระองค์ขังอยู่ได้ 7 ปี ก็สิ้นพระชนม์ ประมาณ พ.ศ.2209 (ค.ศ.1666) แล้วเอาศพไปฝังข้างศพมเหสีผู้เป็นที่รัก ส่วนนายช่างผู้ออกแบบถูกสั่งให้ประหาร เพื่อป้องกันไม่ให้มีโอกาสออกแบบสิ่งก่อสร้างใดๆ ที่สวยกว่า
 
เปตรา ประเทศจอร์แดน

นครเปตราในจอร์แดน เป็นเมืองที่เจาะสลักเข้าไปในหินเกือบทั้งหมด รอบบริเวณ ไม่ว่าจะเป็น วิหาร หลุมศพ บันได โรงละคร ซึ่งขุดสลัก มาแต่ยอดเขาลงมาเป็นหลืบลดหลั่นเป็นช่อชั้นงดงาม แสดงถึงฝีมือและ ศิลปะในการสลักหินได้อย่างยอดเยี่ยม สีของหินกลมกลืนกัน ตัวตึกสี เลือดนก สีกุหลาบและสีม่วงเป็นลำดับ ถือกันว่าเป็นศูนย์กลางของอารยธรรม เบื้องต้นของเขตตะวันออกกลางที่เรียกว่านาบาทีนส์ คนแถบนี้เป็นพวกเร่รอน อาชีพเลี้ยงแกะอยู่ไม่เป็นที่ เป็นพวกชอบทำธุรกิจค้าขายเครื่องเทศจากตะวันออก ไปยังเขตเมดิเตอร์เรเนียน จากนั้นก็ขนส่งลงเรือไปสู่ยุโรป ในช่วงเวลาที่มีการ ค้าขายอย่างกว้างขวางกับอาณาจักรต่างๆ สืบมาจนถึงปัจจุบันได้ใช้เส้นทาง ในเขตซีเรียสู่ซาอุดีอารเบียโดยอาศัยกองคาราวานขนส่ง ได้สร้างความร่ำรวย และอำนาจราชศักดิ์ จนได้กลายมาเป็นนครเปตราขึ้นจากพวกอีโดไมท์ ซึ่งถือ เป็นเมืองหลวงในราว 300 ปี ก่อนคริสต์กาล สิ่งก่อสร้างสำคัญชิ้นหนึ่งในนครเปตราคือมหาวิหารกวาซร์ ฟีราโอน ซึ่งสร้างสมัยพระเจ้าอาเรตัสที่4 มหาราชของชาวนาบาทีนส์ ซึ่งครองราชย์ระหว่าง 9 ปีก่อน ค.ศ. จนถึง ค.ศ. 40 การบูรณปฏิสังขรณ์นครเปตรากำลังดำเนินอยู่อย่างมาก ในปัจจุบัน นครแห่งนี้ถูกค้นพบในรูปปรักหักพังมาตั้งแต่ ค.ศ. 1812 นับเป็นนครที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว ให้ไปชมปีละมากมาย ความนิยมดังกล่าวช่วยยกฐานะให้นครเปตรากลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ สิ่งหนึ่งในโลก
 
17 juin

เปิดเทอมมาสองอาทิตย์

ตั้งแต่เปิดเรียนมหาลัย รู้สึกไม่อยากเรียนแล้วอ่ะ
ไม่ใช่ว่าเพราะเรื่องเรียนแต่อย่างใดนะ
แต่เบื่อปัญหาการจราจรกรุงเทพอ่า แบบว่า เสียเวลาเดินทางนานมาก
บ้านอยู่ห่างจากมหาลัยไม่เท่าไร ใช้เวลามากกว่านั่งจากศาลายามาพญาไทซะอีก
แต่ยังดีอย่างนะที่ภาคที่เราเรียนมันเรียนสายอ่ะ ก็เลยไม่ต้องตื่นเช้ามาก ไม่งั้นแย่แน่เรย
หลังจากค่ายเสริมที่เล่าไปในบล๊อคที่แล้ว ต่อมาก็ยังคงมีกิจกรรมอีกมากมาย
ไม่น่าเชื่อเลยว่า ระยะเวลาเพียงไม่เท่าไร จะมีไรเกิดขึ้นมากมายขนาดนี้
ก็มีทั้งค่ายรับน้องของมหาลัย รับน้องของคณะ ประชุมงาน Home Coming Day เปิดฟ้ากิจกรรม
ไปส่งน้องที่ได้ทุน ก.พ. เที่ยวห้อง(มั้ง) เที่ยวพัทยา ประชุมค่าย MAS และอีกมากมายที่คิดไม่ออกละ
ลองไล่แบบคร่าว ๆ ละกัน เริ่มจากรับน้องมหาลัย ก็เป็นพี่เลี้ยงกลุ่มสองอ่ะแหละ
สืบทอดมาจากปีที่แล้ว ซึ่งปีนี้ก็เดะ SC เยอะอีกตามเคย
โดยมีน้องกลุ่มจากค่ายเสริมโอนสัญชาติมาอยู่จำนวนมาก
ก็ผ่านไปด้วยความโอเคนะ แต่เราว่ายังไม่ค่อยหนุกเท่าไรอ่ะ ไม่รู้ดิ
ยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่ไม่ค่อยเวิค แต่ก็โอเคและหล่ะ พอถูไถ
ส่วนรับน้องคณะเราก็ได้เป็นพี่กลุ่ม 3 แบบจำเป็นอ่านะ
คือจริง ๆ ไปแบบเล่น ๆ อ่ะ ไปเดิน ๆ ดู ๆ ไรเงี้ย
ทีนี้ว่ากลุ่ม 3 พี่แต่ละคนส่วนใหญ่มีหน้าที่ต้องไปทำในส่วนอื่นหลายอย่างอ่ะ
ก็เลยขาดแคลนบุคลากรที่จะอยู่กะน้องอ่ะ คิตกะติลก็เลยชวนให้ไปเป็น
ก็สนุกสนานดีนะ เล่นเลอะเทอะ เละเทะ เหมือนน้องเลย 555
แต่เสียดายอ่ะ น้องเข้าร่วมน้อยจัง สงสัยแต่ละคนคงอิ่มตัวกะค่ายเสริมไปแระ
แต่น้องหลายคนก็พูดนะ ว่า คิดไม่ผิดที่เข้ารับน้อง ก็เอาเป็นว่า นานาจิตตัง
เที่ยวพัทยาก็นะ เหมือนไปพักผ่อนมากกว่าอ่ะ
คือไม่ได้ไปเที่ยวไหน วัน ๆ ก็ขลุกอยู่แต่ที่พักกับทะเล
ก็ทำอาหาร เล่นไพ่ ฟังเพลง ร้องเพลง พักผ่อน ผ่อนคลายดี
เอางานค่าย MASCAMP ไปตั้งโต๊ะทำที่ริมทะเล ก็รุสึกดี
กลางคืนก็มีเล่นพลุกันด้วย สนับสนุนโดยเด็กแก๊งสิบหก
มาว่ากันที่ประชุมบั้ง ก็นะเริ่มจากที่ไม่ค่อยปลื้มก่อนละกัน
ก็ประชุมค่าย MAS นี่ล่ะ ก็แอบน้อยใจนิดนึงที่คนมาเข้าประชุมกันน้อย
คงผิดที่เราเลือกวันไม่ดีมั้ง ที่มันมีงานอื่นซ้อนกันเยอะในวันนั้น
อรก็บอกให้ยกเลิกการประชุมนะ แต่ก็ดื้อประชุมต่อ สุดท้ายไม่ค่อยได้อะไรเท่าไร
แถมวันนั้นยังดำเนินการประชุมได้ไม่ดีอีกตะหาก เห้อ เซง
ก็หวังว่าครั้งหน้าจะดีขึ้นล่ะน้อ เห้อ ขอบคุณ และขอโทษทุกคนที่เข้าประชุมวันนั้น
ต่อด้วยประชุม Home Coming Day อันนี้ราบรื่นด้วยดี
ได้รายละเอียดเพิ่มเติมเยอะแยะ ก็คิดว่าวันจริงน่าจะเรียบร้อยดีแหละ
วางแผนกันได้ดีขนาดนี้แล้ว คงไม่น่าพลาดอะไร
ไงก็ขอเชิญชวนชาวเพนกวินทั้งหลายมาร่วมงานกันเยอะ ๆ นะ
7 ก.ค. ตั้งแต่ 08.00 เป็นต้นไป ณ MWIT นะ
และพอประชุมเสร็จจากบ้านพี่พงศ์ ก็บึ่งตรงสู่สุวรรณภูมิ
ส่งบรรดาน้อง ๆ ที่ได้ ก.พ. ไปต่างประเทศ
ปีนี้เยอะมากอ่ะ ก็ขอให้โชคดีทุก ๆ คน ประสบความสำเร็จกลับมา
แล้วก็มีงานเปิดฟ้ากิจกรรมด้วยล่ะ ก็นะ ขึ้นไปร้องเพลงกะสลึงแหละ
ปิดท้ายด้วยเที่ยวห้องละกันนะ ก็ห้องห้ารุ่นสิบสามมหิดลวิทย์อ่ะแหละ
ก็ไม่เชิงเที่ยวอ่าน้า เรียกมีทติ้งดีก่า ออกแนวนัดกันมานั่งเม้า
อัพเดทข่าวสารเพื่อน ๆ แล้วก็กินข้าวด้วยกันอ่ะน้า
หลังจากครั้งที่แล้วเฟยเอาแฟน(มั้ง)มาเปิดตัวไปแล้ว
หนนี้เป็นจิ๊บคร๊าบท่าน 555 ห้องเรา มีทุกครั้งเรย แล้วครั้งหน้าจะใครล่ะนี่ อิอิ
ไม่รุจาเล่าไรแล้วอ่า แต่งก็ไม่มีเวลาจาแต่ง เอาเป็นว่า แถมด้วยสิ่งที่จะเห็นละกัน

ปล. หลงมาแล้ว เม้นซักหน่อยก็ดีนะ
 






29 mai

"ค่ายเสริม 4"

ค่ายเสริมสร้างวิชาการครั้งที่ 4
 อีกหนึ่งประสบการณ์และความทรงจำดี ๆ ที่เกิดขึ้นกับชีวิต
ก็ผ่านพ้นไปแล้วในช่วง 20 - 27 พฤษภาคม
ก็ต้องขอขอบคุณทุก ๆ คนที่สร้างค่ายดี ๆ ขึ้นมา
ทั้งคณะจารย์ รุ่นพี่ เพื่อน ๆ และน้อง ๆ
งานนี้ก็เป็นพี่กลุ่ม กลุ่ม 1 "แมงอีฮวค"
หลังจากเป็น้องกลุ่ม กลุ่ม 1 "ปะคำดีควาย" เมื่อปีที่แล้ว
กิจกรรมก็ลักษณะเดียวกับปีที่แล้วอ่ะแหละ
แบบว่าเป็นวัน ๆ แต่ละวันก็เป็นของแต่ละภาควิชา
อ่อ นึกขึ้นได้ ปีนี้ได้เป็น TA เลขด้วยล่ะ
อยู่ถาม 7 สี 7 อารมณ์ กับพี่เอก
ก็เป็นเรื่องที่ว่าด้ววยรุ้งกินน้ำอ่าน้า
เสียดายที่ไม่ได้อธิบายให้น้องกลุ่มตัวเองฟัง เพราะอยู่คนละลูป
แต่ค่ายปีนี้แอบสงสารน้อง ๆ มากมายอ่า
ตารางอัดแน่นมากมาย แถมวิชาการเยอะเว่ออีกตะหาก
แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี ต้องขอชมน้อง ๆ เรยทีเดียว
เป็นเรานี่คงแบบว่า เบื่อแย่เรย ตอนวิชาการอ่า เหอ ๆ
สำหรับน้อง ๆ กลุ่ม 1 ก็น่ารักกันมากมาย
มีหลายคนแอบบอกด้วยว่า เป็นกลุ่มที่หน้าตาดูดีสุด (จิงอ๊ะป่าวหว่า 55)
แต่เรื่องหน้าตาไม่ใช่สิ่งสำคัญ แต่เรื่องนิสัยนี่สิ ok เลยล่ะ
ก็เป็นน้อง ๆ ที่ดี แถมมีมาแอบทำซึ้งให้พี่ ๆ อีกตะหาก
ก็หวังว่าจะเป็นน้องที่ดีและน่ารักเช่นนี้ตลอดไป
บัดนี้ค่ายก็ได้จบลงไปแล้ว แต่ความผูกพันธ์ยังคงไม่สิ้นสุด
ทุกสิ่งทุกอย่าง จะอยู่ในความทรงจำตลอดปาย
และสำหรับเพื่อน ๆ ในคณะ ยังมีงานอีกมามายให้พวกเราได้ร่วมกันทำ
ก็ขอให้มาช่วย ๆ กันทำงานคณะอย่างพร้อมเพรียงเช่นนี้อีกนะ
ขอบคุณทุก ๆ คน อีกครั้ง
 

Lecteur Windows Media

La liste est vide.

Horoscope

Chargement...

Citation du jour

Chargement...